คุณสมบัติของมะนาว

มะนาวสำหรับฟันขาว
ส่วนผสม   โซดาไบคาร์บอเนต 1 ช้อนชา เกลือ 1/2 ช้อนชา น้ำมะนาว
วิธีทำ         มะนาวจะช่วยให้ฟันขาว ส่วนโซดาไบคาร์บอเนตช่วยขัดฟันอย่างอ่อนโยน ผสมเข้าด้วยกัน ใช้นวดเหงือกและถูฟันด้วยนิ้วมือ หรือจะเทลงบนแปรงแล้วแปรงฟันให้ทั่วตามปกติก็ได้

เยื่อบุช่องปากเป็นแผล

ส่วนผสม   น้ำกุหลาบ 2 ช้อนโต๊ะ ผงบริสุทธิ์ไม้จันทน์หอม 1/2 ช้อนชา นมเย็น 1 ถ้วย
วิธีทำ         ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ใช้ดื่มก่อนนอนติดต่อกันอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพระาอาการเยื่อบุช่องปากอับเสบเกิดขึ้นเนื่องจากการขาดวิตามินบี ความเครียดและการไหลเวียนของโลหิตไม่ดี ควรรับประทานอาหารจำพวกถั่ว มันฝรั่ง ธัญพืช และตับ ควบคู่ไปด้วยเพื่อเสริมวิตามินตามธรรมชาติ

กลิ่นปากหอมสดชื่นตำรับโบราณ

ส่วนผสม   เหล้าเปปเปอร์มินต์ 5 หยด น้ำกุหลาบ 4 ช้อนชา โยเกิร์ต กระวาน และกานพลู
วิธีทำ         กลั้วคอด้วยน้ำกุหลาบละลายในถ้วยน้ำอาจจะหยดเหล้าเปปเปอร์มินต์ลงไปสัก 5 หยด จะช่วยให้หอมสดชื่นมากขึ้น เพื่อแก้ไขกลิ่นปากหลังรับประทานอาหารที่มีกลิ่น หรืออาจเคี้ยวพวกกานพลู ลูกกระวาน เมล็ดยี่หร่า ใบโหระพา ใบสะระแหน่ แอปเปิ้ล แครอต และแตงกวา พืชผลไม้เหล่านี้จะช่วยในการย่อยอาหาร หากการย่อยเป็นไปได้ด้วยดี จะรู้สึกได้ว่าลมหายใจสะอาด ส่วนโยเกิร์ตจะช่วยให้ระบบการย่อยทำหน้าที่อย่างเป็นปกติ เพราะแบคทีเรียและเอนไซม์ในโยเกิร์ตจะช่วยให้ระบบการย่อยทำงานได้อย่างดีเยี่ยม การดื่มน้ำชาจากกระวาน (Cardamon) เพื่อเพิ่มความสดชื่นให้แก่ลมปากในยาทเช้า หรือจะบดเมล็ดกาแฟกับเมล็ดกระวานเข้าด้วยกันต้มเป็นกาแฟโดยไม่ใส่นมดื่มในยามเช้า

ตาปลา
ส่วนผสม   โซดาไบคาร์บอเนต น้ำมันสน กระเทียม มะเขือเทศ สับปะรด
วิธีทำ         ถูกระเทียมหัวใหญ่ไปบนบริเวณที่เป็นตาปลา หากเป็นไปได้ให้แปะชิ้นกระเทียมไว้บนตาปลาแล้วปิดทับด้วยพลาสเตอร์ก่อนเข้านอน น้ำจากกระเทียมจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ช่วยให้หายเร็วขึ้นหรือจะฝานชิ้นมะเขือเทศหรือสับปะรดแปะไว้ที่ตาปลา กรดจากผลไม้จะช่วยให้ผิวนุ่มนวลขึ้น หรือจะแช่เท้าในน้ำอุ่นผสมโซดาไบคาร์บอเนต เช็ดให้แห้งแล้วใช้ผ้าขาวบางหรือสำลีชุบน้ำมันสนพันไว้ที่ตาปลาทิ้งไว้ข้ามคืน

การเก็บเกี่ยวมะนาว

การเก็บเกี่ยวมะนาว

เก็บมะนาว

  การเก็บผลมะนาว ถ้าต้นเตี้ยหรือไม่สูงมากนัก ก็เก็บโดยใช้มือปลิด แต่ถ้าต้นสูง นิยมเก็บโดยใช้มีดหรือตะขอผูกติดกับด้ามไม้รวกยาว ๆ คล้อง และกระตุกผลมะนาวลงมา แต่ถ้าต้องการให้ได้ผลมะนาวที่มีคุญภาพ ไม่บอบช้ำ ก็ควรจะใช้ตะกร้อหวายในการเก็บเกี่ยว ควรเก็บในขณะที่ผลเริ่มแก่ โดยสังเกตได้จากด้านขั้วของผลมะนาว เริ่มมีสีเหลืองเล็กน้อยผิวเปลือกจะเรียบบางใส มีสีเขียวอ่อนกว่าผลที่ยังไม่แก่ เมื่อบีบดูจะค่อนข้างนุ่มมือ ไม่ควรเก็บมะนาวที่แก่เกินไป เพราะเปลือกจะบางมาก ทำให้เกิดความเสียหายในการขนส่งได้ง่าย อีกทั้งเมื่อนำไปขายจะทำให้ขายได้ไม่นานผลเน่าเสียหายได้เร็ว

การดูแลมะนาว

การดูแลและผลิตมะนาวนอกฤดู                                    

ระยะการเจริญเติบโต

สูตรปุ๋ยทางดิน

การให้อาหารเสริม ฉีดพ่นทางใบ ทุก ๆ 10-15 วัน

หมายเหตุ

หลังเก็บผล

ปุ๋ย 15-0-0  จำนวน 10 กก. ผสมสารเพิ่มทรัพย์ชนิดผง 1 กก.

สารเพิ่มทรัพย์ชนิดน้ำ 100 ซีซี. +ไมโครเอ็น 100 ซีซี. + น้ำ  200 ลิตร

 

ป้องกันและกำจัดเชื้อรา

ใช้ไฟโตทามีน         300    กรัม

น้ำ                            200    ลิตร

ฉีดพ่นให้ทั่วใบ ลำต้น ทรงพุ่ม

ระยะบำรุงต้น บำรุงใบ

ปุ๋ย 15-0-0  จำนวน 10 กก. ผสมสารเพิ่มทรัพย์ชนิดผง 1 กก.

สารเพิ่มทรัพย์ชนิดน้ำ 150 ซีซี. +ไมโครเอ็น 150 ซีซี. + น้ำ  200 ลิตร

 

ระยะสะสมอาหาร

ก่อนออกดอก 1-2 เดือน

ปุ๋ย 8-24-24 จำนวน 10 กก. ผสมสารเพิ่มทรัพย์ชนิดผง 1 กก.

(งดการให้น้ำทางดิน)

สารเพิ่มทรัพย์ชชนิดน้ำ 200 ซีซี. + พูเมอร์ 200 ซีซี. + น้ำ 200 ลิตร

ฉีดพ่น 3 ครั้ง ห่างกัน 7 วัน

ป้องกันและกำจัดแมลง

ใช้น้ำมหาหิงค์สกัด  300    ซีซี.

สารเพิ่มทรัพย์ชนิดผง  0.5  กก.

น้ำ                            200    ลิตร

ฉีดพ่นให้ทั่วใบ ลำต้น ทรงพุ่ม

ระยะใกล้ออกดอก

เริ่มให้น้ำ (เพื่อกระตุ้นการแทงช่อดอก)

สารเพิ่มทรัพย์ชนิดน้ำ 200 ซีซี. + ปุ๋ยเกล็ด 13-0-46 300 กรัม (3 ขีด)

+ น้ำ 200 ลิตร

ระยะเริ่มแทงช่อดอก

-

สารเพิ่มทรัพย์ชนิดน้ำ 150 ซีซี. +ไมโครเอ็น 150 ซีซี. + น้ำ  200 ลิตร

สะสมอาหาร ป้องกันลูกแตก

ใช้ พูเมอร์                200    ซีซี.

น้ำ                            200    ลิตร

ฉีดพ่นให้ทั่วใบ ลำต้น ทรงพุ่ม

ระยะติดผลเล็ก

สารเพิ่มทรัพย์ชนิดน้ำ 150 ซีซี. +ไมโครเอ็น 150 ซีซี. + น้ำ  200 ลิตร
ระยะขยายผล

สารเพิ่มทรัพย์ชนิดน้ำ 200 ซีซี. +ไมโครเอ็น 200 ซีซี. + น้ำ  200 ลิตร

การรดน้ำมะนาว

 การให้น้ำ
ช่วงปลูกใหม่ ๆ ควรให้น้ำวันละครั้ง (กรณีฝนไม่ตก) หลังจากต้นมะนาวตั้งตัวได้แล้ว การให้น้ำสามารถเว้นระยะนานขึ้น หลังจากมะนาวออกดอกและกำลังติดผลอ่อนเป็นช่วงที่มะนาวต้องการน้ำมาก
การปฏิบัติอื่น ๆ
ตัดแต่งกิ่งหลังจากเก็บผลผลิตแล้ว โดยตัดกิ่งที่เป็นโรค กิ่งแห้ง กิ่งที่ไม่มีประโยชน์ออกให้หมด ในช่วงอายุ 4 ปี ควรตัดแต่งกิ่งออก 1 ส่วน 3 ของทรงพุ่ม เมื่อต้นมะนาวอายุ 6 ปี ควรตัดแต่งกิ่งออก 1 ส่วน 2 ของทรงพุ่ม
การป้องกันกำจัดศัตรูพืช
1. โรคแคงเกอร์  โดยอาการที่ใบและผลจะมีลักษณะเกิดเป็นแผลกลมแล้วจะขยายใหญ่ฟูนูนคล้ายฟองน้ำมีสีเหลืองอ่อนถึงเหลืองเขียวเข้ม ป้องกันโดยการตัดส่วนที่เป็นโรคเผาทำลายฉีดพ่นสารเคมีสเตรฟโตมัยซิน หรือ คอปเปอร์ซัลเฟต
2. หนอนชอนใบ   อาการมีลักษณะเป็นทางสีขาวคดเคี้ยวไปมา ใบหงิกงอ ขอบใบม้วนเข้าหาเส้นกลางใบ ป้องกันโดยการพ่นสารเคมีคาร์คาริล มาลาไธออน หรือ ไดเมทโธเอท
3. หนอนกินใบ (หนอนแก้ว) อาการกัดกินใบอ่อนและยอดอ่อนป้องกันโดยฉีดพ่นสารเคมี กลุ่มเมทธาโดฟอส

การใส่ปุ๋ยมะนาว

 

ปุ๋ยเคมี

การใส่ปุ๋ยเคมีให้กับต้นมะนาว ไม่ว่าจะเป็นสูตร 15-15-15 หรือ 25-7-7 ไม่ควรใส่ในขณะที่ดินบริเวณพื้นที่ปลูกมะนาวมีความแห้งเพราะจะทำให้ปุ๋ยไม่สามารถละลายไปให้รากมะนาวได้ และทำให้ธาตอาหารต่างๆเสื่อมไปเรื่อยๆ หากไม่มีน้ำเป็นตัวทำละลายให้ปุ๋ย ดังนั้นวิธีการใส่ปุ๋ยเคมีที่ถูกต้องนั้นมีวิธีการกล่าวคือ

1. กำจัดวัชพืชบริเวณโคนต้นของมะนาวโดยกำจัดวัชพืชให้รัศมีได้กับทรงพุ่มของมะนาว
2. ทำการรดน้ำบริเวณโคนมะนาวให้ชุ่ม หากระบบน้ำเป็นระบบสปริงเกอร์ก็ควรเปิดให้ชุ่มเลย
3. ทำการโรยปุ๋ยเคมีรอบๆบริเวณต้นแต่อย่าให้ชิดโคนโดยห่างจากโคนต้นประมาณ 1 คืบ และปล่อยทิ้งไว้สักประมาณครึ่งชั่วโมงเพื่อให้ปุ๋ยโดนความชื้นของน้ำเม็ดปุ๋ยจะนิ่มแต่ไม่ละลาย
4. ทำการรดน้ำหรือ เปิดระบบน้ำอีกครั้งโดยสังเกตุว่าปุ๋ยเริ่มละลายหายแล้วจึกหยุดทำการรดน้ำ

เทคนิคนี้ใช้ได้ทั้งมะนาวที่ปลูกลงพื้นดินหรือลงวงบ่อซีเมนต์ สำหรับการปลูกลงวงบ่อซีเมนต์ บางคนอาจจะใช้เครื่องพ่นยาพ่น พ่นน้ำซ้ำหลังจากหว่านปุ๋ยแล้วประมาณครึ่งชั่วโมงโดยปรับละอองพอหยาบๆ


การชำมะนาว

วิธีการปักกิ่งชำมะนาว อย่างง่ายๆ [No. 0]

ก่อนที่จะทำการขยายพันธุ์โดยการปักกิ่งชำ เราควรรู้จักลักษณะของกิ่งมะนาวเบื้องต้นก่อน ซึ่งกิ่งมะนาว จะเป็นได้เป็น 3 ระยะ คือ 1.กิ่งอ่อน 2.กิ่งกึ่งอ่อนกึ่งแก่ 3.กิ่งแก่

กิ่งที่เหมาะสมสำหรับการปักชำควรเป็นกิ่งกึ่งอ่อนกึ่งแก่ ซึ่งมีอาหารสะสมอยู่ในลำต้นพอที่จะออกรากก่อนที่กิ่งชำจะแห้งตาย การปักชำเป็นการขยายพันธุ์ที่มีอัตราการรอดต่ำ ควรใช้วิธีการปักชำกับพืชที่สามารถออกรากได้ง่าย และต้องการขยายพันธุ์ในปริมาณที่มากเท่านั้น ถ้าในกรณีที่ต้องการขยายพันธุ์ไม่มากนัก ควรเลือกใช้วิธีการขยายพันธุ์โดยการตอนกิ่ง ทาบกิ่ง ต่อยอด จะทำให้มีอัตราการรอดที่สูงกว่า

 

ลักษณะกิ่งกึ่งอ่อนกึ่งแก่ที่เหมาะแก่การปักชำกิ่ง

By : sukkaset.com  email  (Read 16417 | Answer 16)  (24/02/2553 22:38:34)
Answer No. 1

การเลือกกิ่งพันธุ์ ควรเลือกกิ่่งขนาดพอเหมาะอย่างน้อยเป็นกิ่งกึ่งอ่อนกึ่งแก่ ขนาดกิ่งใหญ่ประมาณดินสอขึ้นไป

By : sukkaset.com  email  (24/02/2553 22:47:07)
Answer No. 2

ตัดกิ่งแขนงและใบออกให้หมด ให้เหลือแต่กิ่งพันธุ์ โดยตัดขนาดท่อนพันธุ์ให้มีความยาวประมาณ 8 – 12นิ้ว

By : sukkaset.com  email  (24/02/2553 22:52:09)
Answer No. 3

ทำการบากกิ่งให้เป็นทางยาวทางด้านที่จะปักชำ ประมาณ 3 – 4ทาง เพื่อให้รากเจริญได้ง่าย และออกได้มากกว่าปกติ หลังจากนั้นนำแก่งพันธุ์แช่ในน้ำยาเร่งรากประมาณ 10นาที นำขึ้นมาผึ่งให้แห้ง และนำไปปักในวัสดุชำที่เตรียมไว้

By : sukkaset.com  email  (24/02/2553 22:55:38)
Answer No. 4

กิ่งที่ได้ชำลงถุงดำเรียบร้อย พร้อมนำไปวางอนุบาลต่อไป การขยายพันธุ์ด้วยวิธีนี้จะมีเปอร์เซ็นต์การรอดที่ค่อนข้างต่ำราวๆ 50% ดังนั้นถ้าจะเน้นอัตราการรอด ควรใช้วิธีอื่นๆจะดีกว่านี้

By : sukkaset.com  email  (24/02/2553 23:00:00)

ใส่กาก(ขุย)มะพร้าวแบบนี้พอดี

วิธีการตอนกิ่งแบบชาวบ้านทำ

  1. กาก(ขุย)มะพร้าวเอาไปแช่น้ำ  1  คืน
  2. ถุงใสเล็ก  ๆ  ขนาด  2×5  หรือแล้วแต่หาได้ (แต่ถ้าใหญ่ไปก็จะสิ้นเปลืองกากมะพร้าว)
  3. เชือกฟางตัดให้พอดีที่จะมัดถุงสั้นไปก็มัดอยาก  ยาวไปก็เปลือง
  4. มีด
  5. ต้นไม้ที่จะตอน

ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่าวิธีการตอนกิ่งหนูได้ไปเรียนรู้มาจากผู้เฒ่าผู้แก่ในบ้านที่ท่านยึดเอาการตอนต้นไม้เป็นอาชีพของท่าน  พ่อทอง  ศรีธรรมา  (ถ้าใครเคยไปเห็นข้อมูลทางวิชาการมาก็จะคิดว่าไม่ถูกต้องก็เป็นไปได้)  สิ่งแรกก็คือไปตามร้านขายต้นไม่ ที่ขายกากมะพร้าวแบบใช้ตอนกิ่ง  ถ้าตอนไม่มากก็ทำเองได้ ซื้อมา   1  ถุง  ราคา  20  บาท  แช่น้ำไว้  1  คืนหรือมากกว่าก็ได้  (บางครั้งหนูแช่จนลืมไม่มีเวลาทำ)  พอได้  1 คืนเอากากมะพร้าวที่แช่ไว้ใสถุงที่เราเตรียมไว้ถ้าถุงใหญ่เกินไปจะเปลืองกากมะพร้าว  เลือกกิ่งตอนที่เราจะตอนถ้ามือใหม่ให้เลือกตอนต้นมะนาวง่ายที่สุดออกรากง่ายจะได้มีกำลังใจในการทำต้นต่อไป  หากิ่งที่ไม่แก่เกินไปจะได้ปลอกเปลือกได้ง่าย  วิธีปลอกเปลือกให้เอาเชือกฟางพันรอบกิ่งที่จะตอนแล้วปลอกเปลือกเท่าเชือกฟางไม่ยาวเกินไปสั้นเกินไปวิธีนี้จะพอดีอย่าตอนกิ่งใหญ่  ( ขอเสียของการตอนกิ่งใหญ่  กามะพร้าวหมดเร็ว  รากออกช้าตอนเอาไปชำแตกใบช้า  และต้องใช้ถุงใหญ่  ดินถ้าถุงใหญ่ก็เปลืองอีก)  ต้นไม้ที่ตอนกิ่งที่เราตอนจะไม่โตแต่จะแตกกิ่งออกมาใหม่กิ่งที่แตกออกมาใหม่ถึงจะเป็นต้นใหม่ให้เราไม่ใช้กิ่งที่ตอน   พอปลอกเปลือกออกแล้วขูดเปลือกเขียว ๆ ออกให้หมด    จากนั้นกรีดถุงตามแนวยาวแล้วให้มัดหัวท้ายกับกิ่งตอนที่เราเตรียมไว้  (ตามรูปค่ะ) แค่นี้เองค่ะมะนาว  1 เดือนตัดชำได้เลยค่ะ  ชำประมาณ 7  วันแตกใบก็ปลูกได้เลยค่ะ  (หรือจะมากกว่านั้นก็ดีกว่าค่ะแต่หนูใจร้อนค่ะ)  แค่นี้เองค่ะ

ทำแบบชาวบ้านทำค่ะ  ถ้าจะให้ทำแบบนักการเกษตรหรือนักวิชาการหนูสอบตกแน่เลยค่ะ

แบบนี้ใสกกาก (ขุย) มะพร้าวมากไปค่ะ

การปลูกมะนาวนอกฤดู

การปลูกมะนาวนอกฤดู

Posted by admin
มีนาคม 21, 2009

การปลูกมะนาวนอกฤดู มะนาวที่ออกจำหน่ายในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ – พฤษภาคม ของทุกปีจะมีราคาแพงมาก วันนี้จะมาแนะนำการปลูกมะนาวนอกฤดู เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรไทย
การปลูกมะนาวนอกฤดู
การปลูกมะนาวนอกฤดู
ในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ สำหรับผู้ที่มีพื้นที่ดินน้อยๆ เช่นตามหมู่บ้านจัดสรร ที่พอมีพื้นที่ว่างพอที่จะปลูกต้นไม้ได้บ้าง ไม่มากนัก  ก็พอจะเห็นลู่ทางในการปลูกมะนาวหน้าแล้งไว้รับประทานเอง    หลายๆท่านคงจะทราบแล้วครับว่า …

มะนาวที่ออกจำหน่ายในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ – พฤษภาคม ของทุกปีจะมีราคาแพงมาก ผลละ 3 – 7 บาท โดยบางแหล่ง อาจจำหน่ายแพงกว่านี้ยังเคยมี

ขั้นตอนในการปลูกมะนาวนอกฤดู โดยการปลูกในวงบ่อปูนซีเมนต์

การเตรียมวงบ่อซีเมนต์
วงบ่อซีเมนต์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 80 เซนติเมตร หรือตามที่หาได้ รวมฐานรองก้นบ่อ ราคาประมาณ 200 บาทฐานรองก้นบ่อต้องเป็นชนิดที่ไม่เชื่อมกับวงบ่อโดยตรง เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำที่รดลงไปขังอยู่ด้านล่าง และกันไม่ให้รากมะนาว แทงลงดินออกจากบ่อ  แต่ละบ่อควรวางห่างกัน ประมาณ 1 – 2  เมตร

สถานที่วางวงบ่อซีเมนต์ที่ปลูกมะนาวจะต้องได้รับแสงแดดตลอดทั้งวันเท่านั้นและวัสดุปลูกจะต้องเน้นในเรื่องของการระบายน้ำที่ดี

การเตรียมดิน
ขั้นตอนนี้สำคัญ เพราะการจำกัดพื้นที่การปลูกและต้องการให้มะนาวเจริญเติบโต ได้ตามปกติดินที่ใช้จะต้องดี มีความอุดมสมบูรณ์สูง ในการเตรียมดินปลูกทำดังนี้คือใช้อัตราดินร่วน 3 ส่วนผสมกับปุ๋ยหมัก 2 ส่วนหรืออีกสูตรหนึ่งคือดินร่วน 3 ส่วนผสมกับปุ๋ยคอก 1 ส่วน ข้อสำคัญดินที่ใช้ควรเป็นดินชั้นบน หรือหน้าดิน ที่มีความอุดมสมบูรณ์ สูง  โดยนำดินที่ผสมแล้ว ใส่ในวงบ่อซีเมนต์ แล้วพูนดินปลูกขึ้นมาอีกเล็กน้อย

การคัดเลือกพันธุ์มะนาว
มะนาวที่จะนำมาปลูกต้องพิจารณาถึงขนาดของผล ปริมาณน้ำต่อผลการปฏิบัติดูแลรักษาง่าย ทนทานต่อโรค และแมลงและให้ผลตอบแทนสูง ซึ่งพันธุ์ที่แนะนำได้แก่  มะนาวน้ำหอม  มะนาวตาฮิติ   มะนาวหนังคันธุลี    ส่วนมะนาวแป็นรำไพ   ให้ผลดีเช่นกันแต่เป็นโรคแคงเกอร์มากกว่า

นำต้นมะนาวจากกิ่งตอนหรือต้นปักชำ
ต้นที่สมบูรณ์แข็งแรงเอามาปลูกลงในวงบ่อซีเมนต์ที่จัดเตรียมไว้แล้ว ควรมีการรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ 1-3 วันต่อครั้ง นอกจากนี้ควรแสริมปุ๋ยเคมีเพื่อเร่งการเจริญเติบโต โดยใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 รองก้นหลุมก่อนปลูกแล้วใส่หลังจากปลูกทุก 1-2  เดือน อัตรา 1 ช้อนแกง ต่อต้น ส่วนในระยะบังคับให้ออกดอกติดผลควรใส่ปุ๋ยสูตร 12-24-12  อัตรา 1 ช้อนแกงต่อต้น หลังการใส่ปุ๋ยทุกครั้งควรมีการรดน้ำให้ชุ่ม เมื่อมะนาวอายุได้ 8 เดือน หรือ 1 ปีขึ้นไป ให้เริ่มบังคับมะนาวให้ออกดอก ติดผลตามต้องการ

การปลิดดอก และผลมะนาวที่ออกในฤดูกาล
หลังจากปลูกมะนาวในวงบ่อได้ประมาณ 6 เดือน มะนาวบางพันธุ์อาจมีการออกดอกติดผลบ้างเล็กน้อย ก่อนถึงช่วงบังคับให้มะนาวออกดอกติดผลในเดือน กันยายน- พฤศจิกายน มะนาวที่ออกดอกก่อนหน้านี้ ควรเด็ดออก หรือปลิดออกทั้งหมด

การคลุมโคนต้นด้วยพลาสติก
ก่อนถึงช่วงบังคับให้มะนาวออกดอกติดผลนอกฤดูกาล ประมาณ 1 เดือน เช่นบังคับให้มะนาวออกดอกในเดือน กันยายนหรือเดือนตุลาคม   ให้ผู้ปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์งดให้น้ำ ในเดือนสิงหาคม หรือเดือนกันยายน แล้วนำพลาสติก (ผ้าพลาสติกกันฝน) มาคลุมปากวงบ่อด้านโคนต้นไม่ให้น้ำซึมลงไปในดินปลูกภายในวงบ่อ ได้ประมาณ 15-30 วัน ใบมะนาวในวงบ่อซีเมนต์จะเริ่มเหี่ยวหรือใบร่วง แตกต่างกันในแต่ละพันธุ์

การปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์
ควรจะเก็บเกี่ยวผลผลิต เฉพาะช่วงนอกฤดูหรือช่วงหน้าแล้งเท่านั้น ไม่ควรปล่อยให้มะนาวออกดอกติดผลอยู่บนต้นตลอดปี มะนาวที่ปลูกในวงบ่อซีเมนต์จะทรุดโทรมเร็วกว่าปกติ

เมื่อสังเกตเห็นมะนาวขาดน้ำ  มีใบเหี่ยว หรือใบร่วงมากแล้ว  ให้นำพลาสติกคลุมโคนต้นออก แล้วดำเนินการให้น้ำและปุ๋ยสูตร 12-24-12 อัตรา 1 ช้อนแกงต่อต้น    เมื่อมะนาวมีการออกดอกและติดผลแล้ว ควรมีการให้น้ำและปุ๋ยเพื่อบำรุงต้นและผลมะนาวตามปกติ จนกว่าจะเก็บเกี่ยวผลผิตในช่วงฤดูแล้ง

การเก็บเกี่ยว
หลังจากมะนาวออกดอกติดผล ได้ประมาณ 4-5 เดือน ก็สามารถจะเก็บเกี่ยวผลผลิตสู่ตลาดได้  ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละพันธุ์ ถ้าเป็นมะนาวน้ำหอม มะนาวพันธุ์นี้จะมีน้ำตั้งแต่ผลเล็กๆ ผู้ปลูกสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ภายใน 3-4 เดือน ถ้าสังเกตมะนาวที่ปลูกในวงบ่อซีเมนต์ มีการติดผลมาก (ผลดก) เมื่อถึงช่วงอายุเก็บเกี่ยวแล้วควรดำเนินการเก็บเกี่ยวสู่ตลาดเลย ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้บนต้นนานๆ ต้นมะนาวจะต้องใช้อาหารมาเลี้ยงหรือบำรุงผลมะนาว เป็นเวลานานกว่าปกติ ต้นมะนาวอาจทรุดโทรมได้ง่าย และควรระมัดระวัง อย่าให้กิ่งฉีกหัก และผลมะนาวช้ำ จะวางตลาดได้ไม่นาน

การตัดแต่งกิ่ง
หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตมะนาวนอกฤดูกาล(มะนาวหน้าแล้ง) หมดแล้ว ควรมีการตัดแต่งกิ่งที่ฉีกหัก กิ่งที่แตกกิ่งไม่เป็นระเบียบ กิ่งที่เป็นโรคหรือกิ่งที่ไม่สมบูรณ์ออก

การใส่ปุ๋ยและเพิ่มดิน
การใส่ปุ๋ยและเพิ่มดินปลูกหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตและตัดแต่งกิ่งมะนาว ที่ปลูกในวงบ่อแต่ละปีแล้ว ควรนำดินร่วนผสมกับปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก ที่สลายตัวแล้ว 1 ส่วนผสมให้เข้ากันดีแล้วนำมาใส่เพิ่มในวงบ่อให้เต็มปากบ่อ มีลักษณะพูนขึ้นมาเล็กน้อย และใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 1.5 ช้อนแกง ต่อต้น รดน้ำดูแลรักษามะนาวในวงบ่อซีเมนต์ให้สมบูรณ์ แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อบังคับให้ออกดอกติดผลในปีต่อไป

สำหรับท่านที่มีพื้นที่บริเวณบ้าน หรือบริเวณสวนหลังบ้าน    ไม่มากนักและมีความสนใจอยากจะทดลองปลูกมะนาวนอกฤดูกับเขาบ้าง  ก็ลองศึกษาองค์ความรู้ที่ได้เล่าไปแล้วข้างต้นและนำไปปฏิบัติดูนะครับ

ที่มา:http://www.plapak.net/?p=300